เลือกแว่นกันแดดให้เหมาะกับหน้า

แว่นกันแดดคือไอเท็มสุดฮิปที่จำเป็นในการปกป้องใบหน้าจากแสงแดดและเสริมความเป็นแฟชั่นนิสต้าในตัวคุณได้เป็นอย่างดี เลือกแว่นที่เหมาะกับรูปหน้าของคุณ แล้วคุณก็จะดูเป็นสาวสุดชิคได้ไม่ยาก

หน้ากลม : สาวหน้ากลมหรือสาวใบหน้าสั้นควรหลีกเลี่ยงแว่นขอบโค้งมน กรอบโตๆ โดยเด็ดขาด เลือกแว่นกรอบที่มีเหลี่ยมุม และกรอบบนอยู่สูงระดับกรอบคิ้ว และมีความกว้างเท่ากับหรือมากกว่าใบหน้าคุณ จะช่วยทำให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้นได้

หน้ารูปสี่เหลี่ยม : แว่นทรง Cat-Eye หรือแว่นทรงรีที่มีความโค้งมากๆ จะช่วยพรางขากรรไกรที่กว้างและหน้าผากให้ดูซอฟต์ลง และควรเลือกแว่นที่มีสีอ่อน

หน้ารูปไข่ : เป็นโชคดีอีกแล้วที่หน้ารูปไข่เหมาะกับแว่นทุกสไตล์ เลือกแว่นที่กรอบมีเหลี่ยมเล็กน้อยก็ดูสวย
ทางที่ดี ในการเลือกแว่นกันแดดคุณอาจให้เพื่อนที่ไว้ใจสักคนไปช่วยเลือกให้ เพราะบางครั้งถึงแว่นจะดูสวย แต่เมื่อลองใส่แล้ว อาจไม่รับกับคุณเสมอไป ลองมีผู้ช่วยตัดสินไปสักคนก็คงจะดีไม่น้อย

 

สูตรล้างสารตกค้างบนเส้นผม

สารตกค้างจากผลิตภัณฑ์แต่งผมคือตัวการที่ทำให้เส้นผมดูหม่นหมองและไม่มีชีวิตชีวา

ฉะนั้น ขจัดมันออกไปด้วยการผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์ (น้ำส้มสายชูที่ทำจากแอปเปิ้ล) 1/4 ถ้วย เข้ากับน้ำสะอาดประมาณ 5 ลิตร (ถ้าเหลือใช้ คุณสามารถเก็บไว้ในตู้เย็น และนำมาใช้ล้างเส้นผมทุกๆ สองวันได้) จากนั้นก็ทำผมให้เปียกด้วยน้ำอุ่น หรือจะใช้แชมพูสระผมแล้วล้างน้ำออกตามปกติได้ เสร็จแล้วก็เทส่วนผสมนั้นลงบนหนังศีรษะและเส้นผมประมาณ 2 ถ้วย ปล่อยให้ส่วนผสมซึมซาบเข้าไปในเส้นผมซักพัก แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

 

ผิวหน้ากระจ่างใสด้วยสูตรพอกหน้าใส

คุณผู้หญิงอยากมิวผิวกระจ่างใสฟังไว้ให้ดีค่ะเพราะวันนี้เรามีสูตรพอกหน้าใสด้วย แอปเปิลและน้ำผึ้งมาฝากให้คุณผู้หญิงทั้งหลายให้มีผิวกระจ่างใส สมใจกันเลยค่ะ ก่อนที่เราจะไปดู สูตรพอกหน้าใส มาฟังคุณสมบัติของแอบเปิลและน้ำผึ้งกันสักหน่อยดีกว่าค่ะว่าจะช่วย ผิวกระจ่างใสได้อย่างไร

ว่ากันว่าในแอบเปิลนั้นมีประโยชน์ต่อผิวหลายด้านและในแอบเปิลก็มีสารแอนตี้ ออกซิแดนต์ อิลาสติน คอลลาเจน ที่จะช่วยให้ผิวนั้นแข็งแรงและเกิดการยืดหยุ่นที่ดี รวมถึงยังมีสารต้านอนุมูลอิสระรวมถึงสารฟิโนลิกซึ่งจะป็นตัวช่วยยับยั้งไม่ ให้เกิดและยังช่วยชะลอความแก่อีกด้วยค่ะ

ในน้ำผึ้งก็มีสารแอนตี้ออก ซิแดนต์เช่นเดีวกันค่ะ ในน้ำผึ้งยังช่วยในเรื่องของการลดการอักเสบของผิวได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยัง ช่วยในเรื่องของการฆ่าเชื้อแบคทีเรียอีกด้วยค่ะและน้ำผึ้งยังช่วยในเรื่อง ของการลดสิวเสี้ยนได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ นั้นเราก็มาเริ่ม สูตรพอกหน้าใส กันเลยดีกว่าค่ะ ขอเสริมอีกนิดค่ะถ้าคุณทานแอบเปิลควบคู่ไปด้วยรับรองว่าจะส่งผลดีเป็น 2 เท่าทีเดียวค่ะ

สูตรพอกหน้าใส ”ผิวกระจ่างใส”

ส่วนผสม

- แอปเปิลหั่นชิ้น 1 ลูก

- น้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ

ปั่นเข้ากัน ทาทั่วหน้า เว้นรอบดวงตา พอกทิ้งไว้ 20-30 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำสัปดาห์ละครั้ง
ขอบคุณภาพประกอบจาก www.qng.co.kr

 

อกกระชับเต่งตึง…ไม่หย่อนยาน

วันนี้เรามีเคล็บเรื่องหน้าอกมาฝากคุณผู้หญิงรักสวยรักงามกันอีกแล้วค่ะ นั่นคือ วิธีทำให้หน้าอกกระชับ ”เต่งตึง ”ไม่หย่อนยาน” เพราะมีคุณผู้หญิงหลาย ๆ ที่พอเริ่มมีอายุมากก็มักจะมีการกังวลกันเรื่อง หน้าอกไม่กระชับ เต่งตึง เรารู้ว่ามีคุณผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่มีความกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

แต่ปัญหานี้จะหมดเมื่อคุณได้มาเจอเราค่ะ เพราะว่าเรานำ วิธีทำให้หน้าอกกระชับ เต่งตึง ไม่หย่อนยาน มาฝากคุณผู้หญิงทั้งหลายค่ะ และด้วย วิธีทำให้หน้าอกกระชับ เต่งตึง ไม่หย่อนยาน นี้จะช่วยให้คุณมีหน้าอกที่กระชับ เต่งตึง ไม่หย่อนยาน อีกต่อไปอย่างแน่นอนเลยค่ะ ถ้ารู้อย่างนี้แล้วเราก็มาดู วิธีทำให้หน้าอกกระชับ เต่งตึง กันเลยดีกว่าค่ะ

5 วิธีทำให้หน้าอกกระชับ เต่งตึง

1. ดูแลหน้าอกตั้งแต่วัยสาว ด้วยการเริ่มใส่เฟิร์สบราเมื่อเริ่มมีหน้าอก

2. สวมใส่บราเพื่อไม่ให้หน้าอกต้องแบกรับน้ำหนักมากเกินไปยกเว้นตอนนอนไม่ควรใส่

3. เลือกใส่บราให้เหมาะสมกับขนาดของทรวงอก เช่น คนหน้าอกใหญ่ควรเลือกบราที่มีแถบลำตัวกว้างสายบ่าหนาเพื่อกระจายการรับ น้ำหนักและกิจกรรม เช่น เมื่อออกกำลังกายควรเลือกใช้สปอร์ตบราเพื่อรองรับน้ำหนักของทรวงอกไม่ทำให้ เส้นยึดเต้านมทำงานหนักเกินไป

4. มั่นบริหารทรวงอกด้วยท่ากระชับทรวงอก

5. ใช้ครีมกระชับทรวงอกควบคู่ไปกับนวดกระชับทรวงอกทุกเช้า-เย็นอยู่เสมอ

Tip

การบริหารทรวงอกให้ได้ผลควรแขม่วท้องขณะทำท่าต่าง ๆ และหลังจากบริหารควรราดน้ำเย็นที่อกหรือใช้ครีมนวดกระชับทรวงอกเพื่อให้ทรวง อกกระชับและทำให้อกสวย


ขอบคุข้อมูลจาก www.n3k.in.th
ขอบคุณภาพประกอบจาก dahong.co.kr

 

เก็บเครื่องสำอางอย่างไรดี ให้ใช้ได้นาน

การเก็บที่ดีไม่ควรเก็บในที่ที่มีอุณหภูมิสูง หรือถูกแสงแดดโดยตรง เช่น ในรถ เพราะอุณหภูมิบ้านเราอาจสูงถึง 40 องศา ได้ในตอนกลางวัน ทุกวันนี้ทุกคนเจอปัญหารถติด ต้องรีบออกจากบ้านในตอนเช้า ทำให้ต้องทานอาหารเช้าและแต่งตัวในรถ สุภาพสตรีบางท่านก็แต่งหน้าในรถก็เลยอาจเก็บเครื่องสำอางไว้ในรถด้วย และหากจอดรถกลางแจ้ง นอกจากจะมีความร้อนแล้วยังมีแสงแดดที่สามารถเร่งการเสียของเครื่องสำอางได้ หากท่านใดเคยเก็บเครื่องสำอางในรถก็จะเจอปัญหาว่าลิปสติกโค้งงอ หรือหลอม เสียรูปไป ครีมที่เก็บไว้อาจแยกชั้นก่อนวันหมดอายุ หรือก่อนที่เราจะใช้หมด หากครีมมีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติก็อาจจะเสื่อมสลายได้ง่ายเมื่อโดนความร้อน แต่เรามองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น หากเก็บน้ำหอมไว้ในรถนานๆ น้ำหอมบางส่วนอาจระเหยเพราะความร้อน สีอาจจะเปลี่ยนเมื่อโดนแสงแดด และกลิ่นก็อาจจะเปลี่ยนไปด้วย

ดังนั้นควรเก็บรักษาเครื่องสำอางภายใต้สภาวะที่เหมาะสมตามที่ระบุไว้บนฉลากอย่างเคร่งครัด
หากไม่มีการระบุวิธีเก็บเครื่องสำอางไว้บนฉลากก็ควรเก็บเครื่องสำอางไว้ใน ที่เย็น แห้ง และแสงแดดส่องไม่ ถึงผู้บริโภคมักจะเข้าใจว่าการเก็บเครื่องสำอางไว้ในตู้เย็นจะทำให้เครื่องสำอางมีความคงตัวที่ดีและสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานขึ้น ทำให้เมื่อมีการลดราคาเครื่องสำอางหรือมีโอกาสไปต่างประเทศ ก็ไปซื้อเครื่องสำอาง มากักตุนไว้ทีละมากๆ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสม

การเก็บเครื่องสำอางไว้ในตู้เย็นซึ่ง มีอุณหภูมิต่ำอาจทำให้การเสื่อมสลายทางเคมีหรือการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์เป็นไปได้ช้าลง แต่ไม่ได้หมายความว่าเครื่องสำอาง ที่เก็บในตู้เย็นจะไม่มีโอกาสเสียเลย นอกจากนี้การเก็บเครื่องสำอางบางชนิดไว้ในตู้เย็นอาจทำให้ เครื่องสำอางไม่คงตัวได้อย่างรวดเร็ว เช่นเครื่องสำอางบางประเภทอาจจะขุ่นหรือตกตะกอนได้ง่ายหากเก็บไว้ในที่เย็น

ครีมที่ซื้อมาจากต่างประเทศ เก็บไว้ในตู้เย็นที่บ้านเป็นเวลานานแล้ว ก็ยังดูดีอยู่ ไมมี่เชื้อราขึ้น ไมมี่กลิ่นเหม็น หืน จะยังคงใช้ครีมนั้นต่อไปได้หรือไม่

ควรดูว่าครีมนั้นว่าหมดอายุแล้วหรือไม่
โดยดูจากวันผลิต หรือวันหมดอายุที่ระบุไว้บนฉลาก หากหมดอายุหรือมีอายุเกิน 2 ปีครึ่งแล้วก็ควรทิ้งไป เพราะสารบางอย่างในครีมอาจเสียไป แล้ว หากนำไปใช้ อาจเกิดอาการระคายเคืองเนื่องจากสารนั้น ซึ่งอาจจะทำให้ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลมากกว่าค่าครีมที่จะทิ้ง ไปเสียอีก หรือหากต้องการลองเสี่ยงใช้ดูก็อาจทำได้แต่ต้องทดสอบดูก่อนว่าจะเกิดอาการ แพ้หรือไม่ หรือ ถึงแม้จะไม่เกิดอาการแพ้ สารสำคัญก็อาจเสื่อมสลายไปแล้วบางส่วน หากยังคงใช้ต่อไปก็จะไม่ได้ประโยชน์ ตามที่ต้องการ

 

สิวขึ้นรอบริมฝีปากจัดการกับมันอย่างไร

ฉันมีสิวขึ้นรอบริมฝีปากอยู่เรื่อยเลย เป็นเพราะอะไรกันแน่ และมีวิธีไหนที่จะจัดการกับมันได้บ้าง?

A : สิ่งที่อาจเป็นไปได้ก็คือ ลิปกลอสของคุณอาจเป็นต้นตอของปัญหาสิวรอบปาก เนื่องจากมันสามารถอุดตันรูขุมขนบนผิวรอบริมฝีปากได้ พยายามใช้ลิปกลอสสีอ่อนใส เนื่องจากมีเม็ดสีน้อยกว่า จึงมีส่วนผสมที่อุดตันรูขุมขนน้อยกว่าด้วย และลองมองหาแบบที่มีส่วนผสมหลักที่ระคายเคืองต่อผิวน้อยกว่า อย่างเช่นแพนธีนอลหรือน้ำมันมะกอก แต่ถ้าการเปลี่ยนลิปกลอสไม่ช่วยให้ดีขึ้น สาเหตุอาจมาจากอย่างอื่น อย่างเช่นการใช้โทรศัพท์ที่สกปรก หรือน้ำมันจากอาหารมันๆ ที่ตกค้างอยู่รอบริมฝีปาก พยายามหลีกเลี่ยงต้นเหตุดังกล่าว และขจัดสิวด้วยการทาโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิกรอบๆ ขอบปาก ทุกครั้งที่ล้างหน้า

 

แต่งสวย ..ยามตื่นสาย

นี่คือกลเม็ดดีๆ ที่จะช่วยลดเวลาในการแต่งความความงามในเช้าที่คุณต้องเร่งรีบเพราะตื่นสาย

ปลุกผิวหน้า : กระตุ้นผิวหน้าที่ดูอ่อนล้าของคุณด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัด เพื่อให้ผิวหน้าดูมีสีสันขึ้นมา จากนั้นก็ทามอยสเจอร์ไรเซอร์ เพื่อเติมความชุ่มชื้นลงไป

งดรองพื้น : ในยามนี้คุณคงไม่มีเวลามานั่งลงรองพื้นทั่วทั้งใบหน้าหรอก ฉะนั้นก็ทาคอนซีลเลอร์ในบริเวณที่จำเป็นก็พอ อย่างเช่นรอยสิว รอยคล้ำใต้ตา หรือรอยแดงๆ จากการอดนอนหรือดื่มมาเมื่อคืน

เติมสีสัน : การอดนอนมักจะทำให้หน้าตาของคุณดูซีดเซียว ฉะนั้นก็เติมความสดใสด้วยบลัชชนิดครีมสีชมพูอมพีช การใช้บลัชชนิดครีมจะทำให้แก้มดูเปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติได้ดีกว่าบลัชชนิด ฝุ่น

ผมสวยแบบง่ายๆ : ถ้าคุณไม่มีเวลาสระผม ไดร์ผม และจัดแต่งทรงผมล่ะก็ รวบผมขึ้นไปเกล้าเป็นหางม้าแบบง่ายๆ แล้วตลบหางม้าขึ้นไปมัดไว้อีกที โดยปล่อยให้เส้นผมครึ่งหนึ่งหลุดลุ่ยลงมาแบบสาวเซอร์
ขอบคุณภาพประกอบจาก dahong.co.kr

 

สวยด้วยปลายนิ้ว

กดจุด …หยุดหน้าบาน!

ก่อนจะเริ่มนวดหน้าทุกครั้ง ต้องการเตรียมผิวหน้าก่อนด้วยการทำความสะอาดผิวหน้าและทาโลชั่นให้ทั่วใบ หน้า เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้า โลชั่นที่ทาก็เป็นโลชั่นที่สาวๆ ใช้อยู่เป็นประจำนี่ล่ะค่ะ โดยเริ่มทาจากกึ่งกลางหน้า หยดโลชั่น 5 จุดที่บริเวณหน้าผาก แก้มสองข้าง จมูก และคาง โดยทางไล่ไปด้านนอก เป็นเทคนิคที่ทำให้ความชุ่มชื้นกระจายทั่วใบหน้า

จากนั้นให้ใช้ปลายนิ้วชี้กลางและนาง นวดแก้มวนไปมาเป็นวงกลมทั้งสองข้าง เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม โดยถูวนจากข้างในไปข้างนอก เพื่อเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า ทำแบบเดียวกันทั้งซ้าย-ขวาข้างละ 3 ครั้ง

เอาล่ะค่ะเตรียมหน้าและวอร์มอัพกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ บนใบหน้ากันแล้ว ต่อไปก็เริ่มขั้นตอนการนวดกดจุดเพื่อหน้าเรียวสวยได้เลยค่ะ โดยการนวดนี้จะเป็นการกระชับส่วนต่างๆ ของใบหน้า และใช้ปลายนิ้วทั้ง 3 นั่นคือนิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง วางเรียงกันในแต่ละจุด ซึ่งมีทั้งหมด 5 จุด ดังนี้ค่ะ

1. กดจุดปีกจมูก
จุดนี้ให้ทำพร้อมกันทั้งซ้ายขวานะคะ โดยนิ้วกลางจะเป็นจุดหลัก จุดนี้ให้ลองกดดูบริเวณระหว่างแก้มและปีกจมูก ถ้ารู้สึกว่ากดแล้วโล่ง เบา สบาย นี่คือจุดหลักเลยค่ะ เมื่อหาจุดหลักนี้ได้แล้วให้วางนิ้วกลาง แล้ววางเรียงนิ้วชี้กับนิ้วนาง ห่างกันประมาณ 1 ซม. ค่ะ

วิธีการกด (ซึ่งจะใช้ในทุกๆ จุดด้วย) คือ ใช้จมูกเล็บกดเฉียงๆ ใช้บริเวณเนื้อนุ่ม ๆ กดเท่านั้น ห้ามเอาเล็บกดตรงๆ นะคะ ไม่อย่างนั้นหน้ามีรอยเล็บไม่รู้ด้วย (สาวๆ ที่ไว้เล็บยาว คงจะกดจุดนี้ได้ลำบากหน่อย) ให้กดจุดค้างไว้ แล้วนับในใจ 8 วินาทีแล้วปล่อย ทำ 3 รอบค่ะ การกดในจุดนี้จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม และช่วยเรื่องการหายใจให้สะดวกขึ้นอีกด้วย
2. กดจุดไรผม
ที่จุด นี้ให้วางนิ้วเรียงกันบริเวณไรผม เหนือคิ้วขึ้นไป ทำพร้อมกันทั้งสองข้างนะคะ การกดในจุดนี้จะไม่ใช้การกดอย่างเดียว แต่จะกดเบาๆ พร้อมดึงขึ้นนิด ๆ ด้วย โดยมีวีธีการกดเหมือนกับจุดแรกค่ะ คือกดค้างไว้ 8 วินาที 3 ครั้ง การกดตำแหน่งนี้นอกจากจะช่วยกระชับบริเวณหน้าผากแล้ว ยังช่วยคลายเครียดได้อีกด้วย
3. กดจุดขมับ
จุดนี้อยู่ บริเวณขมับ ใช้ปลายนิ้วทั้ง 3 เรียงห่างกัน 1 ซม. แล้วกด-ปล่อย 8 วินาที 3 ครั้ง เช่นเดิม จุดนี้ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้มและช่วยลดการเหี่ยวย่นตรงบริเวณ หางตาหรือที่เราเรียกกันว่าตีนกานั่นล่ะค่ะ
4. กดจุดหลังใบหู
ตำแหน่ง นี้จะอยู่ตรงต่อมน้ำเหลือง ข้างใบหน้าบริเวณล่างติ่งหู ให้เรียงนิ้ว เป็น 3 เหลี่ยม โดยให้นิ้วกลาง อยู่ใต้ติ่งหู นิ้วกลางเยื้องไปด้านหลังและนิ้วชี้ในตำแหน่งเดียวกันกับนิ้วนาง โดยการกดใช้วิธีแบบเดิม (กด-ปล่อย 8 วินาที 3 ครั้ง) จุดนี้กระชับหน้าด้านล่างและช่วยในเรื่องการหมุนเวียนของเลือดและน้ำเหลือง
5. กดจุดต่อมน้ำเหลือง
จุดสุดท้ายนี้เป็นการไล่น้ำเหลืองจากการกดจุด หลังจากกดทั้งหมด 4 ตำแหน่งแล้ว โดยใช้มือขวาและนิ้วทั้ง 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ไล้จากต่อมน้ำเหลืองใต้ใบหู ไล่เป็นแนวแผ่ 3 เหลี่ยมต่อจากจุดที่ 4 ไล่ลงมาโดยให้ได้ระยะเวลาประมาณ 8 วินาที ไล่จากต่อมน้ำเหลืองใต้ใบหูในจุดที่ 4 ลงมาถึงยังบริเวณไหปลาร้า โดยใช้มือขวา ไล่ตรงฝั่งซ้าย และมือซ้าย ไล่ตรงฝังขวา (สลับข้างกันนะคะ) ใช้กดแบบเดิม 8 วินาที 3 ครั้ง การกดจุดขั้นตอนนี้เป็นการช่วยให้น้ำเหลืองไหลเวียนสะดวก ป้องกันอาการหน้าบวมได้อีกด้วย
การกดจุดกระชับหน้าเรียวนี้ควรทำ สัปดาห์ละสองครั้ง ช่วงที่ควรทำก็คือ เช้า – เย็น ที่สำคัญก่อนนวดอย่าลืมล้างทำความสะอาดทั้งใบหน้าและนิ้วของคุณด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้น หน้าเรียวสวยแต่สิวตรึมก็ไม่ไหวเหมือนกัน
ส่วนระยะ เวลาการได้ผลหรือไม่ก็ต้องบอกว่าหมั่นทำไว้เป็นเห็นผลค่ะ เพราะการนวดกดจุดนี้ก็ไม่ต่างจากการบริการกล้ามเนื้อใบหน้า ที่ต้องหมั่นทำอย่างสม่ำเสมอ จึงจะเห็นผล ที่สำคัญทำเองได้ไม่ต้องเสียเงิน สวยประหยัดแบบนี้ ไม่ลองไม่ได้แล้วล่ะค่ะ

 

ริ้วรอยแห่งวัย “เกิดขึ้นตอนไหน…?”

ริ้วรอยแห่งวัยยากนักที่คิดจะหลีกเลี่ยงแต่เราสามารถที่จะ ชะลอ ริ้วรอยแห่งวัย นี้ได้ถ้าเรารู้ได้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เพื่อที่เราจะได้ปกป้องผิวหน้า หรือผิวกายของเราตอนไหนหรือว่าช่วงเวลาใด และถ้าเราได้รู้ว่าช่วงเวลาใดเหมาะสมก็จะได้ทำการป้องกัน ริ้วรอยแห่งวัย ให้เกิดช้าลงได้ รวมถึงการบำรุงผิวหน้าที่จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะสามารถเป็นตัวช่วยนัมเบอร์ วันเลยทีเดียวค่ะที่จะช่วยแก้ปัหหา ริ้วรอยแห่งวัย ของคุณได้อย่างชะงัก คุณพร้อมที่จะรู้คำตอบของริ้วรอยแห่งวัยว่าเกิดขึ้นกันตอนไหนบ้างนะ….???

น่ารู้! ริ้วรอยแห่งวัย “เกิดขึ้นตอนไหน…?”

- ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย

- ผิวหนังบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้าเป็นสิวส่วนที่หนาที่สุดของร่างกาย

- ผิวที่ริมฝีปากและรอบดวงตาคือ ส่วนที่บางที่สุด

- ผิวหน้ามีความหนาประมาณ 0.12 มม.

- ผิวหนังทั้งหมดมีน้ำหนักเท่ากับ 16% ของน้ำหนักตัว

- ผิวหนังมีเลือดหล่อเลี้ยงอยู่ 1/4 ของร่างกาย

- 1/3 ของน้ำในร่างกายอยู่ที่ผิวหนัง

 

ช่วงอายุที่จะเกิดริ้วรอย

อายุ 18-24 ปี

- สาววัยนี้จะเริ่มปรากฏริ้วรอยบาง

อายุ 25-35 ปี

- เริ่มปรากฏริ้วรอยแห่งวัย

- มีร่องรอยความหย่อนยานบริเวณรอบดวงตา

- เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวทีละน้อย

อายุ 35-44 ปี

- ปรากฏริ้วรอยต่าง ๆ มากขึ้น

- ผิวบริเวณรอบดวงตาเริ่มหย่อนยาน

อายุ 45-55 ปี

- รอยย่นต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น

- ผิวบริเวณรอบดวงตาและแก้มเริ่มหย่อนยาน

- ผิวหยาบกร้าน รูขุมขนขยายใหญ่ขึ้น

 

เซ็ตผมอย่างไรให้โดนใจเมื่อฤดูร้อนมาถึง

เมื่อฤดูร้อนมาถึงสาวๆ หลายคนคงกำลังวุ่นวายกัยการเซ็ตผมที่ไม่ค่อยจะได้ดั่งใจ วันนี้เราจึงมีวิธีเซ็ตผมของแต่ละทรงในฤดูร้อนมาฝากกันค่ะ

- ผมตรงประบ่า

หากคุณเป็นอีกหนึ่งสาวที่ชอบไว้ผมตรงประบ่าคงต้องระวังมากเรื่องของผมแห้ง แตกปลาย ไร้น้ำหนัก เพราะเกล็ดผมถูกซอยออกไปมากกว่าทรงอื่น ๆ หากอยากให้ทรงผมสุดโปรดมีวอลลุ่ม นุ่มสลวยสวยงามทำได้ง่าย ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการสระผมด้วยแชมพูที่มีคุณสมบัติบำรุงเส้นผมตั้งแต่โคนจรด ปลาย แล้วตามด้วยครีมนวดผมทุกครั้งปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาติแล้วค่อยจัดทรง ตามที่ต้องการ

การไดร์ผมด้วยระดับความร้อนสูง ๆ หลังสระผมเสร็จนั้นจะทำให้ผมแตกปลายได้ การปล่อยให้เส้นผมและหนังศีรษะแห้งสนิทตามธรรมชาติอาจจะช้าหน่อยแต่ก็ถือว่า คุ้มกับผมแลดูมีสุขภาพดี
- ผมตรงยาว

เข้าใจค่ะว่ากว่าคุณจะได้ผมยาวสลวยไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แต่ฤดูที่สาวผมยาวไม่ชอบเอามาก ๆ กำลังจะมาถึง สิ่งที่กำลังกลัวนั้นไม่ใช่เรื่องดูแลเส้นผมแต่เป็นเรื่องอาการคันหนังศีรษะ รุนแรงถึงเป็นแผลเรื้อรัง

เพราะเกิดการหมักหมมจากอากาศที่อบอ้าว ลองรวบผมตึงกลับขึ้นไปคล้ายทรงโมฮอว์กติดกิ๊บเก๋ ๆ เพิ่มลุคส์สาวไฮโซได้ใช่เล่น หลังปล่อยผมอาจจะต้องใช้แชมพูประเภทเคลียร์ไฟริ่งลดผมยุ่งเหยิงพันกัน ผมสปริงตัวได้ทันที พลิ้วไหวมีน้ำหนัก
- ผมสั้น

แน่นอนอยู่แล้วอบอ้าวเยี่ยงนี้ผมสั้นนำเทรนด์สุด ๆ นอกจากจะไม่เอาท์แล้วคุณยังกลายเป็นสาวมั่นแบบไม่รู้ตัวอีกต่างหาก ผมสั้นดูแลไม่ยากก็จริงแต่ใช่ว่าไม่ต้องดูแลเลยซะที่ไหนแค่มีเจลจัดแต่งทรงผมที่เหมาะกับสภาพผมของคุณก็เพียงพอแล้ว

เพราะเนื้อเจลจะทำให้ผมสั้นของคุณอยู่ทรงดูมีชีวิตชีวาไม่แข็งกระด้างตลอด ทั้งวัน แต่มีข้อควรระวังอยู่อย่างหนึ่งคือต้องใช้ในปริมาณที่พอดี ถ้ามากไปผมจะมันเงาเกินงามหรือน้อยไปอาจจะไม่เป็นทรงเอาซะเลย
ขอบคุณข้อมูลจาก Health Plus
ขอบคุณภาพประกอบจาก www.imall4you.com

 

6 วิธีเขียนขอบตาให้สวย

นี่คือเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยให้คุณเขียนขอบตาด้วยดินสอได้สวยกว่าใคร

1. จุดไข่ปลา เริ่มจากการใช้ดินสอเขียนตาแต้มเป็นจุดๆบริเวณขอบตาบน โดยเริ่มจากหัวตาเรื่อยไปจนถึงหางตา แล้วใช้นิ้วมือ ก้านสำลี หรือปลายพู่กันลูบให้กลายเป็นเส้นเดียวกัน ถ้าอยากเพิ่มความหนาก็ใช้ดินสอเขียนทับลงไปอีกได้

2. ชิดขนตา กลเม็ดสำคัญคือการเขียนให้ชิดกับแนวขนตาให้มากที่สุดเท่า ที่จะมากได้ วิธีนี้นอกจากจะทำให้ขนตาดูดกหนาขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ดวงตาดูโดดเด่นขึ้นด้วย โดยเขียนบริเวณหัวตาให้เป็นเส้นบางๆ แล้วค่อยเพิ่มความหนาจากกึ่งกลางดวงตาจนถึงหางตา

3. เกลี่ยให้ดี ผู้หญิงหลายคนมักไม่ชอบเกลี่ยเส้นขอบตา จึงมักทำให้เส้นขอบตาดูแข็งๆมันๆ เหมือนเอาสีเทียนมาเขียนตา ฉะนั้นก็ใช้ก้านสำลีหรือปลายพู่กันเกลี่ยให้ดูนุ่มนวลซะ

4. หลีกเลี่ยงสีดำสนิท ถ้าคุณไม่ได้เขียนตาไปงานกลางคืน ก็เลือกสีนุ่มๆ หน่อยดีกว่า อย่างเช่น สีน้ำตาลหรือเทา

5. ปัดมาสคาร่า ถ้าเขียนขอบตาแล้วก็ต้องปัดมาสคาร่าทุกครั้ง เพราะจะช่วยให้ขนตาดูกลมกลืนกับเส้นขอบตาเป็นอย่างดี

6. ขอบตาล่างอย่าให้เข้ม ซึ่งไม่ควรมีสีเข้มหรือหนากว่าเส้นขอบตาบนเด็ดขาด แค่แตะแต้มลงไปนิดๆ หน่อยๆพอให้ดูคมเข้มขึ้นเท่านั้น

 

เปลี่ยนสาวหวาน เป็นสาวเท่ห์ ด้วยการแต่งหน้าสโมกกี้อาย

เวลานี้ทิชชี่ขอเอาใจสาวหน้าหวาน ที่อยากเปลี่ยนตัวเองเป็นสาวเท่ห์ นัยน์ตาคมเข้ม ด้วยการแต่งหน้าแบบสโมกกี้อาย ยอดฮิตค่ะ  การแต่งหน้าในวันนี้จะไม่เข้ม (ดูดุดัน) จนเกินไป แต่เราจะคงความเท่ห์แล้วปนด้วยความหวานค่ะ  ตัวช่วยในการแต่งหน้าสวยในวันนี้ ขอเลือกตัวช่วยเบาๆ อย่างเครื่องสำอางค์ ARTY Professional ที่ช่วยเติมเต็มความงามให้ผู้หญิงดูสวยขึ้นมาในทันตาค่ะ

ได้เวลาเปลี่ยนตัวเองจากสาวหวาน เป็นสาวคมเข้ม ด้วยเครื่องสำอาง ARTY Professional

ขั้นตอนแรกก็เหมือนเดิมค่ะ คุณสาวๆ เริ่มประทินผิวด้วยครีมบำรุงผิวตามสภาพผิวหน้าของคุณได้เลย

ต่อมาลงแป้ง “อาร์ทตี้ แฟชั่น เคลียร์ ลาส เฟซ พาวเดอร์” (ARTY FASHION CLEAR LAST FACE POWDER)แป้งเค้กผสมรองพื้น  เนื้อแป้งนวลเนียนบางเบาแต่ปกปิดเนียนเรียบ คุณสามารถใช้เติมระหว่างวันได้โดยไม่ก่อให้เกิดคราบมันเยิ้มบนหน้า เพิ่มคุณค่าการบำรุงผิวด้วยสารสกัดจากผลพีชและอนุพันธ์ของวิตามินซีช่วยให้ผิวแลดูสดใสมีสุขภาพดีแบบเป็นธรรมชาติ ทั้งยังมีสารปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยค่า SPF20 PA++

พิเศษยิ่งขึ้นด้วยกลิ่นหอมหวานละมุนละไมให้ความรู้สึกสดชื่นสดใสทุกครั้งที่ได้สัมผัส

 

ปัดบลัชออนบนเปลือกตา

ถ้าคุณแต่งตาสไตล์สโม้กกี้อายไปงานกลางคืน แล้วอยากให้ดวงตาดูมีสีสันขึ้นอีกนิดละก็ ลองใช้แปรงปัดแก้มแตะแต้มบลัชออนที่มีเนื้อสีชัดๆ เพียงเล็กน้อย แล้วปัดลงบนเปลือกตาอย่างรวดเร็วแค่ครั้งเดียว วิธีนี้จะช่วยให้ดวงตามีสีสันและโดดเด่นขึ้นอย่างง่ายดาย

Q : เครื่องสำอางแบบที่เป็นมิเนอรัลนั้นดีกว่าเครื่องสำอางทั่วไปยังไงคะ?

A: เครื่องสำอางแบบที่เป็นมิเนอรัลนั้น มักจะมีส่วนผสมที่เป็นแร่ธาตุธรรมชาติ ซึ่งไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน หรือเกิดอาการระคายเคืองบนผิวหน้า จึงมั่นใจได้ว่าผิวหน้าจะไม่มีสิวเห่อหรือเกิดรอยแดงจากเครื่องสำอางชนิดนี้ นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งก็หมายความว่าเครื่องสำอางจะไม่ค่อยเสียเร็ว หรือมีเชื้อแบคทีเรียเข้าไปปลอมปนได้ง่ายๆ จึงมีความอ่อนโยนต่อผิว และสามารถใช้ได้ดีกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย หรือเป็นโรคผิวหนังอักเสบอย่าง Eczema เครื่องสำอางชนิดนี้มักจะมีความเบาบางและเกลี่ยง่าย จึงช่วยให้คุณดูสวยเป็นธรรมชาติได้อย่างยาวนาน นอกจากนี้ ยังมีส่วนผสมของแร่ธาตุที่สะท้อนแสงได้ดี จึงช่วยอำพรางริ้วรอยหรือข้อบกพร่องอื่นๆ ได้ด้วย

 

วิธีป้องกันไม่ให้เส้นขอบปากเป็นวงสีเข้ม

ไม่อยากให้เส้นขอบปากดูเป็นวงเข้มๆก็ควรใช้ดินสอเขียนขอบปากแต่งเติมริมฝีปากกันด้วยนะคะสาวๆ

Q : มีวิธีป้องกันไม่ให้เส้นขอบปากของฉันดูเป็นวงสีเข้มๆ ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนมั้ยคะ?

A : เนื่องจากลิปสติกและลิปกลอสโดยทั่วไปมักจะเลือนลางได้ง่ายกว่าสีขอบปาก ฉะนั้น ถ้าคุณใช้ดินสอวาดแต่เฉพาะเส้นขอบปากด้านนอก ขอบปากของคุณก็จะดูเป็นวงแหวนอย่างชัดเจน เวลาที่ลิปสติกหรือลิปกลอสจืดจางลง วิธีหลีกเลี่ยงปัญหานี้ก็คือ หลังจากวาดขอบปากเสร็จแล้ว ก็ใช้ดินสอเขียนขอบปากแท่งเดียวกันนั้นแต่งเติมส่วนที่อยู่ภายในเส้นขอบปากให้ทั่ว วิธีนี้จะช่วยให้ทั้งเส้นขอบปากและริมฝีปากดูเป็นสีเดียวกันเสมอ แม้ในยามที่สีลิปสติกหรือลิปกลอสลบเลือนไปแล้ว นอกจากนี้ก็ควรเลือกดินสอเขียนขอบปากในเฉดสีที่ใกล้เคียงกับสีลิปสติกเสมอ หรือไม่ก็เลือกใช้เฉดสีเนื้อที่มีสีใกล้เคียงกับสีขอบปากตามธรรมชาติของคุณ

 

ทาลิปสติกสีเข้มๆ ให้สวย

ถ้าคุณอยากทาลิปสติกสีเข้มๆ ตามเทรนด์ความงามของซีซั่นนี้ เราก็มีเคล็ดลับในการทาให้สวยมาบอก

* เริ่มจากการขัดริมฝีปากด้วยแปรงสีฟันเปียกๆ เพื่อขจัดเซลล์ผิวแห้งๆ ออกไป

* เตรียมริมฝีปากให้พร้อม ด้วยการทาลิปบาล์มลงไป แต่ถ้าคุณไม่อยากได้ความมันจากลิปบาล์ม ก็มองหาไพรเมอร์ชนิดที่ให้เรียวปากดูเรียบเนียนและเป็นสีแมตต์

* ถ้าคุณใช้ลิปกลอส ก็บีบลิปกลอสลงในพู่กันซักหยดสองหยด แล้วทาลงบนริมฝีปาก โดยเริ่มจากมุมปากแต่ละข้างเกลี่ยเข้าไปด้านใน ส่วนการทาลิปสติกจากแท่งโดยตรงก็ใช้เทคนิคคล้ายๆ กัน แต่ถ้าคุณอยากให้เนื้อลิปสติกติดริมฝีปากเพียงเบาบาง ก็เปลี่ยนมาทาด้วยพู่กันแทน โดยใช้พู่กันป้ายเนื้อลิปสติกแล้วนำไปทาลงบนริมฝีปากด้วยเทคนิคเดียวกัน

 

แต่งหน้าสวยหวาน เตรียมลัลล้าวันวาเลนไทน์

สาวๆ หลายคนที่กำลังอินเลิฟ คงกำลังตั้งหน้าตั้งตารอเทศกาลวันแห่งความรัก อย่างวันวาเลนไทน์ กันอย่างใจจดใจจ่อ อย่าว่าแต่สาวอินเลิฟเลย  สาวโสดอย่างทิชชี่ ก็เฝ้ารอ อยากให้ถึง 14 กุมภาพันธ์ ไวๆ  เพราะแอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าวันวาเลนไทน์ปีนี้  จะมีหนุ่มรูปงามมาตกหลุม(พราง)รักสักที

แต่จะมารอแบบเหี่ยวแห้ง  คอตกไม่ได้  สาวๆ ต้องรู้จักปรุงแต่งให้ตัวเองสดใสซาบซ่า  พร้อมรับมือกับหนุ่มๆ ที่จะหลงเข้ามาในวันวาเลนไทน์…แน่นอนว่าสิ่งแรกที่คุณสาวๆ ต้องทำ คือ  ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการดูแลตัวเองให้สวย น่าหลงใหล

สำหรับ สาวๆ ที่มีเดทในวันวาเลนไทน์ หรือสาวๆ ที่กำลังรอให้ใครมาชวนเดทอยู่  ทิชชี่มีวิธีการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่ง่ายแสนง่ายมาฝาก  นั้นก็คือการแต่งหน้าง่ายๆ ในโทนสีชมพู+ม่วงอ่อน สไตล์หวานๆ  เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักค่ะ

พร้อมแล้วมาดูขั้นตอนง่ายๆ ในการแต่งหน้าให้ชวนหลงใหลเลยค่ะ

ลงครีมบำรุงผิวตามสภาพผิวของคุณ  ตามด้วยลงไพรเมอร์ (ใช้ไพรเมอร์ของ KMA-Satin Touch Primer) เพื่อผิวหน้าเรียบเนียนใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  เป็นการปรับผิวก่อนขั้นตอนการแต่งหน้าค่ะ  (การลงไพรเมอร์มีข้อดี ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานด้วยนะค่ะ)

 

แฟรี่ วันเดอร์ กลอส (KMA) กลอสมหัศจรรย์

วันนี้ค่อนข้างตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะว่าเราได้กลอสมหัศจรรย์มาค่ะ เปลี่ยนริมฝีปากซีดๆให้กลายเป็นสีชมพูระเรื่อ
แฟรี่ วันเดอร์ กลอส มี 2 เฉดสีให้เลือกใช้ค่ะ
สีที่ได้มาเทสต์ในวันนี้คือ W1 Glassy ค่ะ ตัวกลอสมีกลิ่นหอมเหมือนลูกกวาด  น่ากินมากๆคะ แล้วแถมเนื้อของกลอสมีประกายมุกด้วยนะคะ


นางแบบของเราวันนี้คนเดิมค่ะ ผิวขาวเหลืองนะคะ

หลังจากทากลอสลงไปริมฝีปากฉ่ำๆ มีกลิ่นหอม ทิ้งไว้สักพักริมฝีปากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูแล้วค่ะ

ความมหัศจรรย์เริ่มแล้วค่ะ ตอนนี้ริมฝีปากกลายเป็นสีชมพูระเรื่อ อิ่มดีจริงๆ

 

แต่งหน้าแบบ สาวหมวยสวยเปรี้ยว รับตรุษจีน

อีกไม่กี่วันจะถึงเทศกาลตรุษจีนกัน แล้ว ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ วันนี้เราจึงนำวิธีแต่งหน้าต้อนรับตรุษจีน มาฝากบรรดาสาวหมวยทั้งหลาย ซึ่งแน่นอนว่าเมคอัพชิ้นสำคัญ ก็คือ “ลิปติกสีแดง” ที่จะทำให้ดูกลมกลืนกับเทศกาลมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

1.เริ่มจากทาครีมบำรุงที่ผิวหน้าเพื่อเป็นการเตรียมผิว

2.ลงเบสปรับสีผิวให้ดูขาวกระจ่างใสมากขึ้น เหมาะกับการต้อนรับวันดี ปีใหม่จีนที่มาถึง

3.ลงรองพื้นแบบน้ำ หรือ ฟาวเดชั่น ให้ผิวหน้าเรียบเนียบและสีสม่ำเสมอกัน แต่หากคุณเป็นคนผิวเรียบเนียบและไม่ค่อยมีรอยด่างดำบนใบหน้า ก็อาจใช้แป้งพัฟหรือแป้งฝุ่นที่ผสมรองพื้นเล็กน้อยก็ได้

4.ลงแป้งฝุ่นสีสว่างกว่าผิวเล็กน้อยทับรองพื้น เพื่อให้ดูหน้าขาวแบบสาวหมวย

5.ที่ดวงตาให้กรีดอายไลเนอร์สีดำสนิทไม่มีกากเพชร ให้เลือกชนิดที่เป็นลิควิดหรือเจล เพราะจะให้เส้นที่คมชัดกว่าแบบหัวเมจิก โดยการกรีดให้เริ่มจากหัวตาแล้วลากยาวไปเลยหางตาประมาณ 0.5 เซนติเมตร โดยส่วนหางตาให้เขียนแบบตวัดหางขึ้น ส่วนความหนาของเส้นอายไลเนอร์แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน

6.ดัดขนตาและปัดมาสคาร่า สีดำสนิทให้ขนตางอนงาม โดยปัดแบบเน้นโคนขนตาเพื่อให้ดูเป็นเส้นหนา ที่สำคัญควรปัดขนตาบริเวณหางตาให้งอนชี้ขึ้นไปอย่างชัดเจน
ส่วนหากใครถนัดที่จะดัดขนตาก่อนกรีดอายไลเนอร์ก็ตามแต่ความถนัด

7.ปัดแก้มด้วยบลัชออนโทนสีชมพูอ่อน

8.ทาลิปติกสีแดงสดโดยจะเลือกเป็นแบบมันวาวหรือแบบด้านก็ได้ แต่ที่สำคัญต้องเขียนขอบปากให้เป็นเส้นคมกริบด้วย เพียงเท่านี้นอกจากจะได้แต่งหน้าให้เข้ากับเทศกาลตรุษจีนแล้ว ยังได้ลุคสาวหมวยสวยเปรี้ยวอีกด้วย

 

เคล็ดลับแต่งหน้าสวยใต้แสงไฟในที่ทำงาน

ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะออฟฟิศสมัยนี้มักจะใช้แสงไฟที่ดูสว่างมากเกินไป แต่ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะเรามีเคล็ดลับในการแต่งหน้าให้ดูสวยในที่ทำงานมาบอกคุณแล้ว

ขั้นแรกก็เลือกใช้ครีมรองพื้นในโทนสีอบอุ่นกว่าของเดิม (ครีมรองพื้นที่ออกโทนเหลือง) เพราะครีมรองพื้นที่อมชมพูมากเกินไปจะดูยิ่งแดงขึ้นเมื่ออยู่ภายใต้แสงนีออนจ้าๆ ได้ ถ้าคุณไม่มีอะไรต้องปกปิด ก็ไม่ต้องใช้ครีมรองพื้น ใช้แต่คอนซีลเลอร์นิดๆ หน่อยๆ ก็พอ

ส่วนเรื่องสีสันในการแต่งหน้า ก็ควรเลือกเฉดสีที่ดูเป็นธรรมชาติๆ อย่างเช่น สีพีชหรือสีกุหลาบ โดยเลือกผลิตภัณฑ์แบบที่มีเนื้อบางใส…ไม่ใช่แบบที่มีเนื้อสีเข้มข้น และถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องวาดอายไลเนอร์สีดำ เพราะอาจจะดูหนาหนักหรือน่ากลัวขึ้น เมื่ออยู่ภายใต้แสงไฟที่ออกฟ้าๆ หรือเทาๆ